- แบบทดสอบก่อนเรียน
- 1.1.ระบบคอมพิวเตอร์
- 1.2.ภาษาคอมพิวเตอร์สำหรับพัฒนาโปรแกรม
- 1.3.หลักการทำงานของเวิลด์ไวด์เว็บได้
- 1.4.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเว็บไซต์ (Web Site)
- 1.5.ประเภทของโปรแกรมบนเว็บ
- 1.6.ประเภทของเว็บไซต์และรูปแบบการใช้งาน
- 1.7.องค์ประกอบสำคัญในการออกแบบเว็บไซต์
- 1.8.ภาษาสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์
- 1.9.การติดตั้งชุดพัฒนาโปรแกรมภาษาพีเอชพี (PHP)
- 1.10.การสร้างโลคอลไซต์
- ใบงานฝึกปฏิบัติ
- แบบฝึกหัด
- แบบทดสอบหลังเรียน
- แบบทดสอบก่อนเรียน
- 5.1 ฟังก์ชัน
- 5.2 ประเภทของฟังก์ชัน
- 5.3 ฟังก์ชันเกี่ยวกับอาเรย์ (Array)
- 5.4 ฟังก์ชันเกี่ยวกับสตริง (String)
- 5.5 ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ (Math Function)
- 5.6 ฟังก์ชันเกี่ยวกับวันและเวลา (Date/Time Function)
- 5.7 การสร้างฟังก์ชัน
- 5.8 การส่งผ่านค่าให้กับฟังก์ชัน
- 5.9 ฟังก์ชันเกี่ยวกับระบบไฟล์ (File System Function)
- ใบงานฝึกปฏิบัติ
- แบบฝึกหัด
- แบบทดสอบหลังเรียน
- แบบทดสอบก่อนเรียน
- 7.1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับฐานข้อมูล
- 7.2 ลำดับชั้นของข้อมูล (Data Hierarchy)
- 7.3 ฐานข้อมูลมาเรียดีบี (MariaDB)
- 7.4 การเปิดใช้งานฐานข้อมูลมาเรียดีบี
- 7.5 ชนิดของข้อมูลในฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล
- 7.6 การกำหนดคุณสมบัติของฟิลด์ข้อมูลเพิ่มเติม
- 7.7 การจัดการฐานข้อมูลด้วย PhpMyadmin
- 7.8 ภาษาเอสคิวแอล
- ใบงานฝึกปฏิบัติ
- แบบฝึกหัด
- แบบทดสอบหลังเรียน
- แบบทดสอบก่อนเรียน
- 8.1 ภาษาพีเอชพีกับการติดต่อฐานข้อมูล
- 8.2 การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาพีเอชพี เพื่อเชื่อมต่อและปิดการเฃื่อมต่อฐานข้อมูล MySQL
- 8.3 การเขียนโปรแกรมภาษาพีเอชพี เพื่อเพิ่มข้อมูลในตาราง
- 8.4 การเขียนโปรแกรมภาษาพีเอชพี เพื่อแสดงข้อมูลในตาราง
- 8.5 การเขียนโปรแกรมภาษาพีเอชพี เพื่อค้นหาข้อมูลในตาราง
- 8.6 การเขียนโปรแกรมภาษาพีเอชพี เพื่อแก้ไขข้อมูลในตาราง
- 8.7 การเขียนโปรแกรมภาษาพีเอชพี เพื่อลบข้อมูลในตาราง
- ใบงานฝึกปฏิบัติ
- แบบฝึกหัด
- แบบทดสอบหลังเรียน
5.4 ฟังก์ชันเกี่ยวกับสตริง (String)
สตริง (string) คือ ค่าของตัวแปรที่อยู่ในรูปแบบของตัวอักษร อักขระ ที่เรียงต่อกันเป็นข้อความ ในภาษาพีเอชพีมีฟังก์ชันมาตรฐานสําหรับจัดการตัวอักษรไว้หลากหลาย ซึ่งภาษาพีเอชพีมีฟังก์ชันที่จัดเตรียมไว้ให้ผู้พัฒนาเรียกใช้งานอยู่หลากหลาย ค่าตัวแปรที่เป็นตัวอักษรจะเรียงต่อกันในรูปแบบของอาเรย์ จนเกิดเป็นข้อความที่สามารถสื่อความหมายได้ ฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยในภาษาพีเอชพีเช่น การนับจํานวนตัวอักษร การนับจํานวนคํา การแยกหรือรวมตัวอักษร การค้นหาข้อความ หรือ การแทรกข้อความ เป็นต้น ทั้งนี้หากต้องการศึกษาหรืออ้างอิงถึงฟังก์ชันเกี่ยวกับตัวอักษรอื่น ๆ อย่างละเอียดสามารถเข้าถึงได้ที่ลิงค์ http://www.w3schools.com/php/php_ref_string.asp
5.4.1 การหาขนาดตัวอักษร
หากต้องการนับจํานวนของตัวอักษรที่อยู่ในตัวแปรหรือค่าที่กําหนด ซึ่งฟังก์ชันสําหรับการหาขนาดของตัวอักษรมีดังนี้
5.4.1.1 strlen()
strlen() เป็นฟังก์ชันสําหรับหาความยาวของตัวอักษรโดยจะนับจํานวนของตัวอักษรที่อยู่ ในตัวแปร โดยตัวแปร ตัวอักษร หรือ ช่องว่าง จะถูกนับค่าเป็น 1 ตัวอักษรเหมือนกัน หรือหากค่า ตัวแปรเป็นภาษาไทย ส่วนที่เป็นสระและวรรณยุกต์ ฟ้งก์ชันจะนับค่าเป็น 1 ตัวอักษร
ตัวอย่าง เช่น
5.4.1.2 str_word_count()
str_word_count() เป็นคําสั่งสําหรับนับจํานวนคําโดยจะแยกคําแล้วนับจํานวน ยกเว้นคําที่ถูกคั่นด้วยเครื่องหมาย ' และ –
ตัวอย่าง เช่น
5.4.2 การเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร
ฟังก์ชันสําหรับปรับเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรที่น่าสนใจ มีดังนี้
5.4.2.1 strrev()
strrev() ใช้สําหรับเรียงลําดับตัวอักษรจากหลังไปหน้า มีรูปแบบการใช้งาน
ตัวอย่าง เช่น
5.4.2.2 strtolower()
strtolower() เป็นฟังก์ชันสําหรับเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรให้กลายเป็นตัวพิมพ์เล็ก ทั้งหมด ซึ่งใช้ได้เฉพาะอักษรภาษาอังกฤษ
ตัวอย่าง เช่น
5.4.2.3 strtoupper()
strtoupper() เป็นฟังก์ชันสําหรับเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
ตัวอย่าง เช่น
5.4.2.4 ucfirst()
ucfirst() เป็นฟังก์ชันสําหรับเปลี่ยนตัวอักษรเฉพาะตัวแรกให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่
ตัวอย่าง เช่น
5.4.2.5 ucwords()
ucwords() เป็นฟังก์ชันสําหรับเปลี่ยนตัวอักษรตัวแรกของคําทุกคําเป็นตัวพิมพ์ใหญ่
ตัวอย่าง เช่น
5.4.3 การแยกและรวมตัวอักษร
ฟังก์ชันสําหรับแยกและรวมตัวอักษรที่น่าสนใจ มีดังนี้
5.4.3.1 explode()
explode() เป็นฟังก์ชันสําหรับแยกตัวอักษรออกมาเป็นตัวอักษรย่อยในรูปแบบของอาเรย์ โดยใช้สัญลักษณ์ที่กําหนดเป็นตัวแยก
ตัวอย่าง เช่น
5.4.3.2 implode()
implode() เป็นฟังก์ชันสําหรับรวมตัวอักษรย่อยๆ มารวมกันเป็นข้อความเดียวโดยจะทํางานตรง กันข้ามกับ explode() ซึ่งสามารถระบุสัญลักษณ์ที่ใช้ในการคั่นระหว่างตัวอักษร ย่อยได้
ตัวอย่าง เช่น
5.4.4 การค้นหาตัวอักษรและตัดคําย่อย
ฟังก์ชันสําหรับการค้นหาตัวอักษรและการตัดคําย่อย มีดังนี้
5.4.4.1 strpos()
strpos() เป็นการค้นหาตําแหน่งของคําย่อย ซึ่งจะคืนค่าเป็นตําแหน่งที่ค้นพบเป็นครั้งแรก แต่หากไม่เจอค่าที่ระบุไว้ ฟังก์ชันจะคืนค่าเป็นค่าว่าง (null)
ตัวอย่าง เช่น
5.4.4.2 stipos()
stipos() เป็นการค้นหาตําแหน่งของคําย่อยเหมือนกันกับ strpos() แต่จะแตกต่าง ตรงที่การค้นหาจะไม่คํานึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่หรือตัวพิมพ์เล็ก
5.4.4.3 strstr()
strstr() เป็นฟังก์ชันสําหรับการตัดคําเพื่อเลือกเอาเฉพาะตําแหน่งที่ต้องการโดยระบุ คําเริ่มต้นของการเลือกคําย่อยได้ฟังก์ชันจะแยกคําและเริ่มคืนค่าตั้งแต่คําที่กําหนดเป็นต้นไป
ตัวอย่าง เช่น
5.4.4.4 substr()
substr() เป็นการตัดคําที่ต้องการโดยสามารถเลือกตําแหน่งเริ่มต้น และความยาวของคําที่ต้องการได้
ตัวอย่าง เช่น
5.4.4.5 substr_count()
substr_count() เป็นฟังก์ชันสําหรับนับคําที่ต้องการว่ามีอยู่กี่คําที่มีรูปแบบของคําตรงกับคําที่ต้องการค้นหา
ตัวอย่าง เช่น
5.4.4.6 md_substr()
md_substr() เป็นการตัดคําที่มีรูปแบบการตัดคําเหมือนกันกับฟังก์ชัน substr() แต่จะเหมาะกับการตัดคําที่เป็นภาษาไทยมากกว่า เนื่องจากการตัดคําโดยใช้ substr() อาจทําให้เกิดการตัดคําผิดพลาดในกรณีที่มีตัวสระหรือวรรณยุกต์ในระหว่างการตัดคํา ซึ่งจะทําให้การแสดงผลผิดเพี้ยน
5.4.5 การแทนที่ตัวอักษรและตัดช่องว่าง
ฟังก์ชันสําหรับการแทนที่ตัวอักษร มีดังนี้
5.4.5.1 str_replace()
str_replace() เป็นฟังก์ชันสําหรับแทนที่ตัวอักษรที่ต้องการด้วยตัวอักษรใหม่ เช่น แทนที่คําไม่สุภาพด้วยเครื่องหมาย **** เป็นต้น
ตัวอย่าง เช่น
5.4.5.2 str_ireplace()
str_ireplace() เหมือนกันกับฟังก์ชัน str_replace() แต่แตกต่างที่ฟังก์ชันนี้จะไม่สนใจลักษณะตัวพิมพ์เล็กหรือตัวพิมพ์ใหญ่
5.4.5.3 strtr()
strtr() เป็นการแทนที่ตัวอักษรเหมือนกัน แต่สามารถกําหนดการแทนที่ตัวอักษรได้มากกว่า 1 คํา ซึ่งก่อนการเรียกใช้งานจะต้องมีอาเรย์ที่เป็นแบบ key/value เพื่อระบุคําที่ค้นหา และคําที่แทนที่
ตัวอย่าง เช่น
5.4.5.4 ltrim()
ltrim() เป็นการตัดค่าว่างที่อยู่ด้านซ้ายทั้งหมดออก
ตัวอย่าง เช่น
5.4.5.5 rtrim()
rtrim() เป็นฟังก์ชันสําหรับตัดช่องว่างที่อยู่ด้านขวาออกทั้งหมด
5.4.5.6 trim()
trim() เป็นฟังก์ชันสําหรับตัดช่องว่างทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของค่าที่ต้องการ
5.4.5.7 str_pad()
str_pad() เป็นฟังก์ชันสําหรับการแทนที่ตัวอักษรเพื่อให้มีความยาวตามที่ต้องการ โดยสามารถกําหนดตัวเลข หรือ ตัวอักษรแทนที่ค่าเดิมเพื่อให้ครบตามจํานวนที่กําหนด โดยสามารถกําหนดรูปแบบ STR_PAD_LEFT เพื่อให้เติมตัวอักษรไปทางด้านซ้าย, STR_PAD_RIGHT เพื่อเติมตัวอักษรไปทางด้านขวา และ STR_PAD_BOTH เพื่อเติมตัวอักษรทั้งสองด้าน
ตัวอย่าง เช่น